fbpx



ขั้นตอนการใช้กาวซีเมนต์ปูกระเบื้อง

ก่อนที่เราจะมาดูขั้นตอนการใช้กาวซีเมนต์ปูกระเบื้อง ต้องมีสิ่งสำคัญคือเครื่องมือที่ใช้ในการปูกระเบื้องนั่นเอง มีดังนี้ 
1. เกรียงหวี สำหรับปูกระเบื้อง
2. เกรียงใบโพธิ์
3. ถังที่ใช้ในการผสม
4. เครื่องปั่น (ถ้ามี)
เมื่อเราเตรียมอุปกรณ์ครบแล้ว ก็มาเริ่มขั้นตอนการการปูเตรียมพื้นผิว
1. พื้นผิวต้องเรียบ แข็ง ได้ระดับ สะอาด แห้ง และการดูดซึมน้ำอยู่ในระดับปกติ
2. กำจัดเศษวัสดุ เช่น ผงปูน ไขมัน หรือคราบต่างๆ ที่ติดอยู่ตามพื้นผิวออกให้หมด
3. ถ้าพื้นผิวมีรูพรุนมากๆ จำเป็นต้องทำให้พื้นผิวนั้นเปียกชุ่ม และซึมซับน้ำให้อิ่มตัวก่อนปูกระเบื้อง
4. ถ้าพื้นผิวเป็นผนังปูนฉาบ หรือปูนปรับระดับใหม่ ควรใช้เวลาบ่มตามมาตรฐาน ( 7 วันต่อความหนา 1 เซนติเมตร )
เตรียมยาแนว
1. ใส่น้ำสะอาด อุณหภูมิของน้ำปกติ ลงในถังน้ำที่เตรียมไว้
2. ค่อยๆ เทยาแนวลงในน้ำ ขณะเดียวกันคนให้ทั่วจนเข้าเป็นเนื้อ
เดียวกัน โดยสัดส่วนการผสมคือ 1:3 โดยน้ำหนัก (น้ำ 1 ส่วน ยาแนว 3 ส่วน) หรือ 1:2.5 โดยปริมาตร (น้ำ 1 ส่วน ยาแนว 2.5 ส่วน)
3. หลังจากผสมยาแนวให้เข้ากันดีแล้ว ควรทิ้งไว้ 3-4 นาที ก่อนใช้งานเพื่อให้สารเคมีในยาแนวทำปฏิกิริยากับน้ำ
     – ยาแนวที่ผสมอยู่ในถังแล้ว สามารถใช้งานได้ภายใน 30 นาที แต่ต้องเก็บไว้ให้ห่างจากแสงแดดและความร้อน
การเตรียมกระเบื้อง
1. ห้ามนำกระเบื้องมาแช่น้ำ เพราะจะทำให้การยึดเกาะของกาวซีเมนต์ลดน้อยลง
2. ถ้ากระเบื้องเปียกหรือชื้น ต้องผึ่งให้กระเบื้องแห้ง ก่อนปูกระเบื้อง
3. ทำความสะอาดกระเบื้อง เช่น ฝุ่นละออง ผงปูน ที่ติดอยู่ตามกระเบื้องออกให้หมด
การเตรียมกาวกระเบื้อง
1. ใส่น้ำสะอาด ลงในถังน้ำที่เตรียมไว้
2. ค่อยๆ ใส่กาวซีเมนต์ลงในน้ำ ขณะเดียวกันคนให้ทั่วจนเป็นเนื้อเดียวกัน สัดส่วน คือ 1:4 โดยน้ำหนัก หรือ 1:3 โดยปริมาตร ( กรณี ใช้การตวง )
การผสมควรใช้เครื่องปั่น ปั่นให้ทั่วจนเป็นเนื้อเดียวกัน ควรปั่นที่ความเร็วต่ำ อยู่ที่ 500 รอบต่อนาที
3. กรณีใช้เกรียงใบโพธิ์ ควรผสมกาวซีเมนต์กับน้ำทีละน้อย เพื่อให้สามารถผสมได้จนเป็นเนื้อเดียวกัน
ถ้ากาวซีเมนต์ยังจับตัวเป็นก้อนต้องคนต่อไปจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน
4. หลังผสมกาวซีเมนต์ให้เข้ากันดีแล้ว ควรทิ้งไว้ 3-4 นาที ก่อนใช้งาน เพื่อให้สารเคมีในกาวซีเมนต์ทำปฏิกิริยากับน้ำ
5. กาวซีเมนต์ที่ผสมอยู่ในถังแล้ว สามารถใช้งานได้ถึง 4 ชั่วโมง
การปูกระเบื้อง
1. ปาดกาวปูกระเบื้องบางส่วนลงบนพื้นผิวด้วยเกรียงใบโพธิ์ หรือเกรียงหวี และใช้เกรียงหวีปาดกาวให้เป็นทางยาวบนพื้นผิว 1-2 ตารางเมตร แล้วเกลี่ยให้ทั่ว
ความหนาตามร่องของเกรียงหวีที่ใช้ เพื่อเป็นการควบคุมปริมาณกาวปูกระเบื้องที่ใช้ให้สม่ำเสมอ
     – สำหรับพื้น    : ใช้เกรียงหวีปาดกาวปูกระเบื้องลงบนพื้นผิว
     – สำหรับผนัง  : ใช้เกรียงหวีปาดกาวปูกระเบื้องเป็นแนวนอน บนพื้นผิว
     – การปูกระเบื้องด้วยเกรียงหวี จะทำให้กาวปูกระเบื้องแทรกซึมตามผิวกระเบื้องและพื้นผิว ได้ดีกว่าการใช้เกรียงใบโพธิ์
2. กรณีปูกระเบื้องขนาดใหญ่กว่า 25*25 เซนติเมตร ( 10*10 นิ้ว ) ควรปาดกาวปูกระเบื้องลงบนหลังกระเบื้อง ให้ทั่วเล็กน้อย เพื่อแน่ใจว่าได้ปาดกาวปูกระเบื้องลงบนพื้นผิวอย่างทั่วถึงและไม่มีช่อง อากาศว่างเหลืออยู่ เมื่อปูกระเบื้องเสร็จ
     – ช่องอากาศใต้พื้นกระเบื้อง มีผลทำให้กระเบื้องเปราะ และน้ำสามารถไหลซึมเข้าไปได้
3. ปูกระเบื้องลงบนกาวปูกระเบื้องและกดให้แน่น หรือใช้ค้อนยางเคาะบนกระเบื้องให้ทั่ว เพื่อให้ร่องของกาวปูกระเบื้องทีแผ่นกระเบื้องกดทับประสานกันอย่างทั่วถึงเว้นช่องว่างระหว่างกระเบื้องแต่ละแผ่น เพื่อให้เป็นร่องยาแนว ( อย่างน้อย 2 มิลลิเมตร )
4. ในกรณีที่กาวปูกระเบื้องล้นขึ้นมาที่ร่องยาแนว ควรเช็ดออกเพื่อรักษาช่องของร่องยาแนวไว้ ถ้าแผ่นกระเบื้องเลอะกาวปูกระเบื้อง ควรเช็ดออกด้วยฟองน้ำหมาดๆ
ขณะที่กาวปูกระเบื้องยังเปียกอยู่
5. หากต้องการจัด หรือ ปรับตำแหน่งกระเบื้อง เมื่อปูเสร็จด้วยกาวปูกระเบื้อง สามารถปรับตกแต่งกระเบื้อง แต่ละแผ่นภายใน 10 นาที ก่อนกาวปูกระเบื้องจะแห้งสนิท
6. ทิ้งให้กาวปูกระเบื้องแห้งประมาณ 24 ชั่วโมง ก่อนการยาแนว
     – ควรเลือกยาแนว ที่เหมาะกับงาน ยาแนว มีหลากหลายชนิด และหลากสี ให้เลือกตามขนาดของร่องยาแนวและลักษณะของสถานที่




Articles